หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต

สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์การจัดการ

ประเทศไทยได้ใช้ “แนวคิดเศรษฐกิจเสรีนิยม” เป็นแนวคิดพื้นฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจเสรีนิยมนั้นมุ่งหวังที่จะบรรลุเป้าหมายหลัก 3 ประการโดยในประการแรก  ก่อให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ประการที่สอง คือ การมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และประการสุดท้าย คือ การก่อให้เกิดการกระจายตัวของผลผลิตหรือผลได้จากกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง จึงต้องใช้ “กลไกตลาด”เป็นเครื่องมือในกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยคาดหวังว่าหากกลไกตลาด สามารถทําหน้าที่ได้อย่างเต็มที่แล้ว จะก่อให้เกิด “ความมีประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ” และ “ความ เป็นธรรมทางเศรษฐกิจ

“ภาคเอกชน” นับเป็นส่วนหนึ่งที่มี บทบาทสําคัญต่อกลไกตลาดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา แต่มิได้หมายความว่า “ภาครัฐ” จะลดบทบาทลงไป หากแต่ภาครัฐยังคงมีบทบาทสําคัญในฐานะผู้ส่งเสริม/สนับสนุนและอยู่เบื้องหลัง ความสําเร็จของภาคเอกชน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 “ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน" การบรรลุซึ่งเป้าหมายของสังคมที่มี ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ได้นั้นต้องอาศัยการทํางานร่วมกันของทุกภาคส่วนในสังคมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งภาคประชาชนด้วย

การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์การจัดการ ได้รับการออกแบบจากการวิเคราะห์สถานการณ์ของประเทศ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมซึ่งทำให้ เห็นได้ว่า ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ล้วนมีบทบาทที่สําคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย ดังนั้นมหาวิทยาลัยในฐานะ สถาบันการศึกษาที่มีหน้าที่ผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถ จึงมีหน้าที่สำคัญในการผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ด้านเศรษฐศาสตร์การจัดการ เพื่อการดําเนินการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ เนื่องจาก เศรษฐศาสตร์ถือเป็นการศึกษาโดยตรงเกี่ยวกับกับเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ดังนั้น การพัฒนาหลักสูตรเศรษฐศาสตร์การจัดการ จะส่งผลให้ประเทศมีบุคคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ทางด้านเศรษฐศาสตร์เพิ่มมากขึ้น จะทําให้มีแรงขับเคลื่อนเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายหลักทางเศรษฐกิจได้ใน ระยะอันสั้น โดยอาศัยการประสานความร่วมมือระหว่างองค์กรภาครัฐและองค์กรภาคเอกชนที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังต้องผลักดันให้บรรลุพันธกิจทั้ง 4 ด้าน เพื่อรองรับการบริหารเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ เพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนก้าวพ้นจากสภาวะที่เรียกว่า “ กับดักประเทศรายได้ปานกลาง”    มีการจัดสรรทรัพยากรและระบบนิเวศน์อย่างสมดุลและยั่งยืน อีกทั้ง เพื่อให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ดํารง เอกลักษณ์ของความเป็นไทย ภายใต้บริบทของสังคมโลก อันเป็นการนําคุณค่าของสังคมไทยไปสู่ระดับนานาชาติ พร้อมๆ กับการเปิดรับวัฒนธรรมสากลอย่างสร้างสรรค์

การผลิตมหาบัณฑิตในหลักสูตรนี้มุ่งหวัง มีวัตถุประสงค์สําคัญ 3 ประการ ได้แก่
1.) ผลิตมหาบัณฑิตที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐศาสตร์การจัดการ และสามารถ  ประยุกต์ใช้ความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ในบริบทต่าง ๆ ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชนได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายหลักทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างยั่งยืน
2.)  สร้างสรรค์งานวิจัยบนพื้นฐานการจัดการความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์การจัดการ เพื่อการพัฒนา  เศรษฐกิจและสังคม
3.)  ผลิตมหาบัณฑิตด้านเศรษฐศาสตร์ที่มีคุณธรรมและจริยธรรมเปี่ยมด้วยจิตสาธารณะที่ส่งผลต่อ  ความเป็นผู้นําในด้านวิชาการที่เอื้อประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม

หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (เศรษฐศาสตร์การจัดการ)  แบ่งเป็น 2 แผน ได้แก่
แผน ก แบบ ก 2 สําหรับผู้จบปริญญาตรีเน้นการศึกษารายวิชาและทําปริญญานิพนธ์ 36 หน่วยกิต 
แผน ข สําหรับผู้จบปริญญาตรี ที่เน้นการศึกษารายวิชาและทําสารนิพนธ์ 36 หน่วยกิต
ดูรายละเอียดหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (เศรษฐศาสตร์การจัดการ)   ได้ที่นี่

อาชีพที่มหาบัณฑิตหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต
สามารถประกอบได้เมื่อสําเร็จการศึกษา  

  • เศรษฐกร ในหน่วยงานของรัฐ
  • ผู้เชี่ยวชาญ/นักวางแผนเชิงกลยุทธ์/นักวิเคราะห์ ที่ใช้ความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์การจัดการ เพื่อ จัดการทรัพยากรมนุษย์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และนวัตกรรม ทั้งในหน่วยงานภาครัฐและ ภาคเอกชน
  • ผู้บริหาร ทั้งในหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน
  • นักวิชาการ นักวิจัยและอาจารย์ในสถาบันการศึกษาต่างๆ
  • ผู้บริหารส่วนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ในการเรียนการสอนระดับบัณฑิตศึกษานี้เรามุ่งเน้นที่การถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการแก่นิสิต ได้แก่ การให้คําปรึกษาด้านวิชาการและอื่นๆ ผ่านระบบอาจารย์ที่ปรึกษา และ อาจารย์ที่ปรึกษาปริญญานิพนธ์   โดยมีการจัดระบบการประสานงานนัดหมายและการให้คําปรึกษาแก่นักศึกษาอย่างเป็นระบบ ทั้งตาม ตารางเวลาหรือนัดหมาย   และมีเจ้าหน้าที่ประจําหลักสูตรเพื่อการประสานงานระหว่างนิสิตกับคณาจารย์เพื่อสร้างแนวทางการปรึกษาอย่างมืออาชีพ